ธุรกิจและบริการ
บริการซื้อขายหลักทรัพย์

บริการซื้อขายหลักทรัพย์

 

      

 

ประเภทบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์


 

  1. บัญชีเงินสด (Cash Account)  เป็นบัญชีที่ ลูกค้าต้องวางหลักประกัน 20% ของวงเงินดังกล่าวก่อน ซึ่งหลักประกันดังกล่าวอาจเป็นเงินสด และ/หรือ หลักทรัพย์ก็ได้   ถ้ามีการวางหลักประกันเป็นเงินสด ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในส่วนนี้ด้วย จากนั้น วันที่ T+2 จึงจะมีการชำระราคาเต็มจำนวนโดยการตัดบัญชีอัตโนมัติ (ATS)

    บัญชีประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด? 
     เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีรายได้ประจำหรือมีความสามารถในการชำระหนี้ดีพอควร

     

     

  2. บัญชีวางหลักประกันเต็มจำนวน (Cash Balance Account)  เป็นบัญชีที่ลูกค้าต้องวางหลักประกัน 100% ก่อนการซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งหลักประกันดังกล่าวต้องเป็นเงินสดเท่านั้น โดยลูกค้าสามารถซื้อหลักทรัพย์ได้ภายในวงเงินที่ฝากไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ หากลูกค้าซื้อหลักทรัพย์ไปจำนวนหนึ่งแล้ว บริษัทหลักทรัพย์จะดำเนินการตัดเงินจากบัญชีหลักทรัพย์ของลูกค้าออกไปเพื่อชำระค่าซื้อ ซึ่งจะมีผลให้อำนาจซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้าลดลงเท่ากับมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ซื้อไป เงินสดที่ลูกค้าฝากไว้กับโบรกเกอร์ก็จะได้รับดอกเบี้ยฝากด้วยเช่นกัน

    บัญชีประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด? 
     เหมาะสำหรับนักลงทุนที่บริษัทหลักทรัพย์ประเมินแล้วว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ไม่สูงนัก

 

ความแตกต่างระหว่างบัญชี Cash กับ บัญชี Cash Balance

 

 

  1. บัญชีเงินกู้ (Credit Balance Account)  เป็นบัญชีที่มีรูปแบบการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งลูกค้าต้องนำเงินสด และ/หรือ หลักทรัพย์มาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้กับบริษัทหลักทรัพย์ก่อนซื้อหลักทรัพย์ ตามสัดส่วนที่แต่ละบริษัทหลักทรัพย์กำหนด โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบประกาศของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Marginable Securities ล่าสุด    

    เช่น  หากบริษัทหลักทรัพย์ กำหนดให้การซื้อหลักทรัพย์ A มีสัดส่วนที่ 50% หมายความว่า ในการซื้อหลักทรัพย์ A มูลค่า 100 บาท ลูกค้าวางหลักประกัน 50 บาท และกู้ยืมจากบริษัทหลักทรัพย์ อีก 50 บาท เป็นต้น โดยบริษัทหลักทรัพย์จะคำนวณมูลค่าหลักประกันทุกวัน หากมูลค่าหลักประกันลดลงถึงระดับหนึ่ง อาจถูกเรียกให้นำมาวางเพิ่มเพื่อรักษาสถานภาพทางบัญชีไว้ แต่หากลูกค้าไม่สามารถเพิ่มหลักประกันได้ก็อาจถูกบังคับขาย หรือ Force Sale เพื่อเพิ่มมูลค่าหลักประกันในบัญชี ซึ่งการซื้อขาย ในบัญชี Credit Balance หรือ บัญชี Margin นั้น ลูกค้าสามารถซื้อขายได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์กำหนดเท่านั้น

    บัญชีประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด? 
      เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความสามารถในการลงทุนและชำระเงินดีพอควรจึงยอมปล่อยวงเงินกู้ให้

 

ทำความรู้จักบัญชี Credit Balance ให้มากขึ้นผ่าน 4 Episode กับ AWS Infographic คลิกที่ AWS Infographic ด้านล่างเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

 

                                

  1. บัญชีเงินกู้ TSFC (Margin Account) เป็นบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มกำลังซื้อให้กับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ที่สูงกว่าเงินลงทุนที่ตนมีอยู่ที่มากกว่าด้วยบัญชีการกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ผ่าน TSFC (บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์) ที่เพิ่มทางเลือกในการลงทุนกับจำนวนหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ซื้อขายกว่า 300 หลักทรัพย์ และอัตรามาร์จิ้น (อัตราการวางหลักประกัน) เริ่มต้นที่เหมาะสมกับแต่ละหลักทรัพย์ 

 

Go to top 

 

 

 ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ 

 

  •        ค่าธรรมเนียมการซื้อขายและอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ อื่นๆ 
 
 
 
 
 การวางหลักประกัน  

 

ก่อนเริ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ ลูกค้าจะต้องฝากเงินเข้ามายังบัญชีธนาคารของบริษัทฯ เพื่อเป็นวงเงินเริ่มต้นในการซื้อขายพร้อมรับดอกเบี้ยตามประกาศของบริษัทฯ โดยลูกค้าสามารถดำเนินการได้ 2 วิธี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติงานของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ดังนี้

วิธีที่ 1 : การฝากเงินโดยตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) 
โดยลูกค้าสามารถแจ้งฝากเงินหลักประกันได้ผ่าน E-Form บนเว็บไซต์ผ่านบริการหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ATS ที่เมนูใบแจ้งฝากเงิน  

  • ขั้นตอนการฝากเงินหลักประกันผ่าน E-Form    

 

     ► การสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS มี 3 วิธีดังนี้
 

       1. สมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS ผ่าน Mobile Banking ผ่าน 4 ธนาคาร ได้แก่ ธ.กรุงศรี (BAY), ธ.กรุงเทพ (BBL), ธ.กรุงไทย (KTB) และ ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB) (ไม่ต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร)

  • ขั้นตอนการสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ผ่านตู้ Mobile Banking   
     

       2. สมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS ผ่านตู้ ATM ผ่าน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธ.กรุงศรี (BAY), ธ.กรุงเทพ (BBL), ธ.กสิกรไทย (KBANK), ธ.กรุงไทย (KTB) และ ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB) (ไม่ต้องนำส่งหลักฐานการสมัคร)

  • ขั้นตอนการสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ผ่านตู้ ATM   

 

      3. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครบริการหักบัญชีอัตโนมัติ ATS      จากนั้นจัดส่งให้ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน สามารถใช้บริการได้ผ่านธ.กรุงไทย (KTB) , ธ.กรุงเทพ (BBL), ธ.กรุงศรีอยุธยา (BAY), ธ.กสิกรไทย (KBANK), ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB), ธ.ทหารไทยธนชาต(TTB), ธ.ซีไอเอ็มบีไทย (CIMB), ธ.แลนด์แอนเฮ้าส์ (LH) และ ธ.ยูโอบี (UOB)

 

หากบริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากทางธนาคาร ทางบริษัทอนุโลมให้โอนเงินเข้าบัญชี "บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย เวลท์ จำกัด" ประเภทกระแสรายวัน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่เปิดบัญชีสำเร็จ และนำส่งสำเนาใบนำฝาก/สลิปการโอนเงิน มาที่โทรสารหมายเลข 02-680-5070 หรือ อีเมล์ settlement@asiawealth.co.th พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล และ เลขที่บัญชีซื้อขาย xxxxxx-x ของท่าน  

  • เลขที่บัญชีธนาคารสำหรับฝากเงินหลักประกันเข้าบล.เอเชีย เวลท์     

     

วิธีที่ 2 : การฝากเงินโดยผ่านระบบ BahtNet การวางหลักประกันโดยการโอนเงินผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิคส์ระหว่างธนาคารผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand Automated High-value Transfer Network - BahtNet)
 

 

การถอนเงินหลักประกัน

ลูกค้าสามารถแจ้งถอนเงินหลักประกันได้ผ่าน E-Form บนเว็บไซต์ผ่านบริการหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ATS ที่เมนูใบแจ้งถอนเงิน 

  • ขั้นตอนการถอนเงินหลักประกันผ่าน E-Form   
 
 
 
 
 การชำระราคา  

 

การชำระราคาจะดำเนินผ่านการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) โดยสามารถเลือกใช้บริการจากธนาคารต่างๆ ดังนี้ ธ.กรุงไทย (KTB) , ธ.กรุงเทพ (BBL), ธ.กรุงศรีอยุธยา (BAY), ธ.กสิกรไทย (KBANK), ธ.ไทยพาณิชย์ (SCB), ธ.ทหารไทยธนชาต(TTB), ธ.ซีไอเอ็มบีไทย (CIMB), ธ.แลนด์แอนเฮ้าส์ (LH) และ ธ.ยูโอบี (UOB)

 

ในการขอใช้บริการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (ATS) จะใช้เวลาในการดำเนินการกับทางธนาคารไม่เกิน 1 เดือน โดยบริษัท จะทำการส่งจดหมายแจ้งการเริ่มใช้บริการแก่ท่านเมื่อธนาคารอนุมัติ
 

การชำระค่าซื้อหลักทรัพย์

 

กรณียังไม่สามารถใช้บริการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้ ลูกค้าต้องโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทตามเลขที่บัญชีทางด้านบน ก่อนเวลา 15:30 น. ของวันที่ T+2 (2 วันทำการหลังจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์) และส่งสำเนาใบนำฝาก/สลิปการโอนเงินผ่าน  ATM กลับมายังโทรสารหมายเลข 02-680-5201 พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชี xxxxxx-x กรณีใช้บริการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ลูกค้าต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ใช้บริการ ATS ก่อนเวลา 11:30 น. ของวันที่ T+2 (2 วันทำการนับจากวันที่ซื้อหลักทรัพย์)
 

 

การชำระค่าขายหลักทรัพย์

 

บริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้าตามที่แจ้งไว้ และ/หรือ บัญชีธนาคารที่ใช้บริการ ATS ก่อนเวลา 14:30 น. ของวันที่ T+2 (2 วันทำการหลังจากวันที่ขายหลักทรัพย์)

 

 

Go to top